
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ก.ย. พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุข รอง ผกก.สส.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุระเบิดริมถนนสายบ้านค่าย-บ้านโคกคอแห้ง หมู่ 4 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเดินทางไปตรวจสอบพร้อมสั่งตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุระเบิดซ้ำสอง
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะมิตซูบิชิ ทะเบียน ตค 824 กรุงเทพมหานครจอดอยู่ข้างทาง สภาพตัวถังด้านซ้ายบุบเสียหายหมดทั้งแถบ ห่างไปประมาณ 2 เมตร พบหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้างประมาณ 2 เมตร มีเศษชิ้น ส่วนถังดับเพลิงขนาด 15 กก. และรีโมตคอนโทรลตกอยู่จำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บมี จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ ส.ต.ต.วีรยุทธ ตระกูลคำ อายุ 32 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.หนองจิก อส.มะยูยีดิง อีเปาะอีแล อายุ 28 ปี และ อส.มงคล วัฒนพรหม อายุ 25 ปี เป็นอส.อำเภอหนองจิก ถูกสะเก็ดระเบิดและแรงอัดได้รับบาดเจ็บตามลำตัว นำส่ง รพ.หนองจิก นอกจากนี้ยังพบรถ จยย.ฮอนด้า ทะเบียน กนธ พัทลุง 456 ล้มอยู่ข้างทางอีก 1 คัน โดยเจ้าของรถ จยย.เป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.1 จำนวน 2 ราย ซึ่งขี่รถ จยย.ตามหลังรถของเจ้าหน้าที่มาติดๆแต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดดังกล่าว
สอบสวนทราบว่า ส.ต.ต.วีรยุทธ พร้อมกำลัง อส. อีก 4 นาย ขับรถคุ้มกันครูและนักเรียนจะไปส่งที่โรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลามศึกษา ถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายที่คาดว่า แอบซุ่มอยู่ข้างทางได้กดรีโมตจุดชนวนระเบิดหนักประมาณ 15 กก.ที่ฝังไว้ข้างทาง แรงระเบิดทำให้รถพังเสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจกับ อส.บาดเจ็บรวม 3 รายดังกล่าว อยู่ ระหว่างสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป
ถัดมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.จรัญ เหมแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนบ้านอีบุ๊ หมู่ 3 ต.สะดาวา จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.นำกำลังรุดไปตรวจ สอบ พบรถกระบะมาสด้า ทะเบียน กข 4303 ปัตตานี เสีย หลักพุ่งชนกำแพงรั้วหน้าโรงเรียนดังกล่าว สภาพตัวรถถูกยิงเป็นรูพรุนทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกอง เลือดอยู่ข้างรถด้านขวา 1 ศพ สภาพศีรษะถูกตัดขาดหายไปและตามตัวมีรอยถูกยิงจนร่างพรุน ทราบชื่อนายอัฐพงศ์ ก้อนลม อายุ 26 ปี เป็นปลัด อบต.สะดาวา บ้านเดิมอยู่ จ.ตาก ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเอ็ม 16 ตกอยู่ 29 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังขับรถเพื่อจะไปทำงานที่ อบต.สะดาวา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมี คนร้าย 2 คนแอบซุ่มรออยู่ เปิดฉากกราดยิงถล่มด้วยปืนเอ็ม 16 เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้นักเรียนที่กำลัง เรียนอยู่ในโรงเรียนต่างตกใจหวีดร้องดังลั่น บรรดาครูต้องรีบนำนักเรียนวิ่งหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น ส่วนรถของผู้ตายเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้วโรงเรียน คนร้ายตามเข้าไปเปิดประตูรถ ลากศพนายอัฐพงศ์ลงมาและใช้มีดสปาร์ตาฟันคอขาดกระเด็น ก่อนจะโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ จากนั้นได้หิ้วศีรษะนายอัฐพงศ์ไปขึ้นรถจยย.ฮอนด้า ไม่ติดป้าย ทะเบียนที่จอดซ่อนไว้ในป่าละเมาะบึ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.ภ.จ.ปัตตานีสั่งระดม กำลังไล่ล่าและติดตามศีรษะของนายอัฐพงศ์กลับคืนมาให้ได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พอจะได้เบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี ต่อไป ส่วนที่ จ.ยะลาเมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ชัยทัต อินทนูจิตร รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.อนุชิต พิมพ์ทอง รอง ผกก.ป.พ.ต.ท. ประสม หลวงพูล สวป.พร้อมกำลังรุดไปสอบสวนเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ส่วนคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดริมถนนสายบ้านเตียง-บ้านตันหยง หมู่ 7 บ้านเตียง ต.บาโระ ห่างจาก ร.ร.บ้านตันหยงสาขาบ้านเตียงประมาณ 1 กม. พบศพนายมาหามะ เจ๊ะหนะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 6 บ้านกูวิง ต.บาโระ สวมชุดลายพรางคล้ายทหาร ถูกยิงเข้าบริเวณลำตัวและใบหน้า นอนตายจมกองเลือดอยู่ในสวนลองกองของหมู่บ้าน มือยังถือปืนเอ็ม 16 ไว้ 1 กระบอก ในแมกกาซีนมีกระสุนเหลือ 10 นัด
นอกจากนี้ ยังยึดปืน .22 ได้อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุน 29 นัด และกระสุนปืนขนาด .45 อีก 17 นัด ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง เข็มทิศ ชุดเสื้อผ้าพร้อมอาหารแห้งอีกหลายรายการ ขณะเดียวกันยังพบหลุมระเบิดบริเวณริมถนนขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 80 ซม. และระเบิดแสวงเครื่องที่ยังไม่ได้จุดชนวนกับส่วนควบคุมอีก 1 ลูก ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นายทราบชื่อ พลฯสมปอง ลูกเล็ก อายุ 23 ปี ชุดร้อย ร.1541 ฉก.ยะลา 14 สังกัด ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว มี จ.ส.อ.วงศพัทธ์ ชะนะสินธุ์ เป็นหัวหน้าชุดออกลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยคณะครู ร.ร.บ้านตันหยงสาขาบ้านเตียง โดยใช้รถฮัมวีและรถ จยย.อีก 2 คัน เป็นพาหนะ ขณะเดินทางออกจากโรงเรียนมาได้เพียง 1 กม. ถึงบริเวณหลัก กม.3-4 ถนนสายบ้านเตียง-บ้านตันหยง ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 คน ที่ดักซุ่มอยู่บนเนินเขาในสวนลองกอง กดระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ริมถนนแต่กำลังทหารไม่ได้รับอันตราย คนร้ายจึงเปิดฉากยิงโจมตีซ้ำจนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้พลฯสมปองบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน ร.ท.นิรุต ประดิษฐ์-สุวรรณ ผบ.ร้อย ร.1541 ตั้งฐานอยู่ที่ ร.ร.บ้านตันหยงได้ยินเสียงปืนจึงนำกำลังรุดมาสมทบนานกว่า 15 นาทีเสียงปืนฝ่ายคนร้ายจึงเงียบลงไป เมื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ก็พบศพนายมาหามะ เจ๊ะหนะ แกนนำกลุ่มอาร์เคเคที่มีค่าหัวนำจับ 5 แสนบาท ถูกยิงเสียชีวิต และเคยก่อเหตุยิงถล่มทหารชุดเดียวกันเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ทำให้พลฯสุเทพ สมัน อายุ 22 ปีได้รับบาดเจ็บไป 1 นาย ส่วนพวกที่เหลือหนีรอดไปได้แต่คาดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บหลายคน เนื่องจากมีหยดเลือดเป็นทางยาวหลายแห่ง อยู่ระหว่างติดตามไล่ล่าตัวอย่างกระชั้นชิดต่อไป
สายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก. ภ.จ.นราธิวาส และ พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รอง ผบก.เผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้า สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐประจำ จ.นราธิวาส เสียชีวิตพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก รวม 2 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 30 รายว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาได้แล้ว 14 ราย จากที่ถูกออกหมายจับรวม 17 ราย ส่วนใหญ่เป็นราษฎรใน อ.ระแงะ เจาะไอร้อง และสุไหงปาดี ส่วนที่เหลืออีก 3 คน ยังอยู่ระหว่างตามล่าตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก. ภ.จ.นราธิวาส แถลงผลการระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 60 จุดใน 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ 6 ราย โดยพื้นที่ สภ.เมืองนราธิวาส จับกุมได้ 1 คน คือนายอารง อาแวดิง อายุ 32 ปี พื้นที่ สภ.สุไหงโก-ลก จับได้ 3 คน คือ นายอาลีกัง กูโน อายุ 31 ปี นายอาซอมี อาแวกือจิ อายุ 32 ปี และนายยุนดุลเลาะ ยูโซ๊ะ อายุ 25 ปี พื้นที่ สภ.สุไหงปาดี จับได้ 1 คน คือนายอาแซ หะยูแซ อายุ 27 ปี พื้นที่ สภ. ปะลุกาสาเมาะ จับผู้ต้องหาได้ 1 คนคือนายหะเซ็ง ตายอ อายุ 40 ปี ยึดได้ของกลางยาบ้าและน้ำต้มใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง สอบสวนแยกดำเนินคดีในแต่ละโรงพัก
ส่วนที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 ก.ย. นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.ยะลา พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญและมอบเงินช่วยเหลือให้กับ อส.ทพ.วีระ แสงจันทร์ อายุ 31 ปี และ อส.ทพ.ธงรบ แก้วดาราพลอยพร อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 41 ยะลา ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายบุกโจมตีฐานที่มั่นในโรงเรียนบ้านบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ อส.ทพ.รุสดี ดาโอ๊ะ ถูกยิงเสียชีวิตไป 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย คนร้ายปล้นปืนไปได้ 8 กระบอก สำหรับฐานปฏิบัติการดังกล่าวตามปกติจะมีกำลังทหารพรานประจำการรวม 19 นาย แต่ในวันเกิดเหตุปรากฏว่ามีการลากิจและลาป่วยถึง 10 นายทำให้เหลือกำลังเพียง 9 นาย กลุ่มคนร้ายจึงฉวยโอกาสบุกโจมตีและปล้นอาวุธปืนดังกล่าว
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อุดรธานีว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่ กอ.รมน. เสนอโครงการ “ทำดีมีงานทำ สำหรับเยาวชนเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยนำเยาวชนจำนวน 3 แสนคน ซึ่งเป็นนักเรียนในระบบกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 1 แสนคน และอีก 2 แสนคน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาจถูกชักจูงไปในการกระทำที่ไม่ถูกกฎหมาย มาอบรมอาชีพส่งเสริมการประกอบอาชีพนอกพื้นที่ โดยจัดสรรงบประมาณ 2 ปี คือปี 2551 และ 2552 แบ่งเป็นปีละ 500 ล้านบาท จัดอบรมรุ่นละ 66,000 คน จนกว่าจะครบตามจำนวนที่กำหนดไว้
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก
