
ศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน เผย 6 วันช่วง 7 วันระวังอันตราย มียอดผู้เสียชีวิต 335 คน บาดเจ็บ 3,810 คน เกิดอุบัติเหตุ 3,549 ครั้ง เชียงรายครองแชมป์21 ศพ
นาย พีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 ม.ค. 2552 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ช่วง 7 วันระวังอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 388 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 35คน บาดเจ็บ 414 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา รองลงมา ขับรถเร็วเกินกำหนด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงกลางคืน โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น.จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี 22 ครั้ง รองลงมา ตรัง 15 ครั้ง เพชรบุรี 14 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 6 คน รองลงมา เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยาจังหวัดละ 3 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี 23 คน รองลงมา จันทบุรี 17 คน
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6วัน (30 ธ.ค. 51 – 4 ม.ค. 52) รวม 3,549 ครั้ง น้อยกว่าปี 51 (4,121ครั้ง) 527 ครั้ง ร้อยละ 13.88 ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 335 คน น้อยกว่าปี 51 (369 คน) 34 คน ร้อยละ 9.21 ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 3,810 คน น้อยกว่าปี 51 (4,514 คน) 704 คน ร้อยละ 15.60 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสูง ได้แก่ เชียงราย 109 ครั้ง จังหวัดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ยโสธร จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 21 คน รองลงมา นครราชสีมา นครสวรรค์ จังหวัดละ 13 ราย จังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร สกลนคร นครพนม แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี กระบี่ ระนอง และนราธิวาส จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 129 คน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในวันนี้คาดว่าจะยังคงมีประชาชนเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ด่านตรวจร่วม ประจำจุดให้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายและวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการกระทำผิดมาตรการ 3 ม. 2ข. 1 ร. หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีในอัตราโทษขั้นสูงสุด เพื่อควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงและป้องปรามการกระทำผิดที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิด อุบัติเหตุร้ายแรง โดยให้เรียกตรวจเพิ่มมากขึ้น เน้นรถโดยสารสาธารณะที่ใกล้เดินทางถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อป้องกันผู้ขับรถที่มีอาการอ่อนล้า ง่วงนอนจากการขับรถทางไกลเป็นระยะเวลานาน โดยให้สังเกตอาการของผู้ขับรถเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุใหญ่
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

โพสต์ทูเดย์